ช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมานี้ มีเหตุการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ และการเรี่ยไรบริจาคเงินเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่กรณีที่มีเด็กติดในถ้ำ ดาราวิ่งหาเงินสนับสนุนโรงพยาบาล น้ำท่วมเมืองอุบลราชธานี มาจนเหตุการณ์ไฟป่าที่จังหวัดเชียงใหม่ และสถานการณ์โควิด เชื่อว่าหลายๆท่านคงได้ร่วมเจียดเงินที่แสนจะหายากของเรามาทำบุญโดยการบริจาคให้กับเหตุการณ์ต่างๆไม่มากก็น้อย แต่หลายๆครั้งก็ไม่วายมีเหตุการณ์ตุ้มๆต่อมๆ มาให้เราหวาดเสียว ว่าคนที่รับเงินบริจาคจากเราจะเอาเงินเราไปมอบต่อให้คนเดือดร้อนจริงหรือเปล่า (ซึ่งหลายๆ ท่านที่รับบริจาคไปก็ได้แสดงบัญชีรายรับ รายจ่ายได้อย่างโปร่งใส) อย่างไรก็ตามเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร ทางทีมงาน Guardplus จึงมีข้อแนะนำ 4 ข้อที่จะมาแบ่งปันกับทุกคนเพื่อให้มั่นใจและป้องกันได้ว่าความใจบุญของเราจะไปถึงผู้เดือดร้อนอย่างแน่นอน

1. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของตัวกลางรับบริจาคก่อนเสมอ 

วิธีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของตัวกลางรับบริจาคที่ง่ายที่สุดคือ การตรวจสอบว่าตัวกลางที่รับบริจาคเงินของเราเป็นใคร เคยมีประวัติอุ๊บอิ๊บเงินบริจาคหรือเปล่า ไปจนถึงการขอดูเอกสารราชการที่คนกลางนั้นได้รับอนุญาตให้ทำการเรี่ยไรเงิน เราสามารถป้องกันในส่วนนี้ได้เป็นจุดแรก สำหรับใครที่อยากสบายใจแนะนำว่าให้บริจาคเงินให้กับตัวกลางที่เป็นองค์กรหรือมูลนิธิมากกว่าการบริจาคให้กับบุคคล เนื่องจากการบริจาคผ่านองค์กรเหล่านี้มีกระบวนการทำงานและกระบวนการตรวจสอบที่ดีกว่า สำหรับการบริจาคผ่านบุคคลจะต้องดูเป็นคนๆไปครับ หากที่ผ่านมามีการรับบริจาคแล้วมีประวัติดีไม่เสียหายก็พอที่จะเชื่อใจให้เงินไปได้

2. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบัญชีที่รับโอน

นอกจากความน่าเชื่อถือของตัวกลางที่บริจาคแล้ว แนะนำให้ป้องกันโดยตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบัญชีที่จะโอนเงินบริจาคอีกด้วย หากเป็นบัญชีที่เปิดขึ้นมาเป็นการเฉพาะกิจแสดงว่าผู้รับบริจาคมีการบริหารจัดการเงินที่ค่อนข้างโปร่งใส ยิ่งหากให้มีการส่งหลักฐานการโอนเงินในสื่อสาธารณะแล้วยิ่งดี เพราะมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ จะทำให้คนรับบริจาคไม่กล้าโกง แต่เมื่อไรก็ตามที่ต้องโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนบุคคล ที่อาจจะมีเพื่อนการใช้จ่ายทั่วไปของบุคคลนั้นๆก็ทำให้น่าสงสัยได้เช่นกัน

3. บริจาคเป็นสิ่งของจำเป็นแทนเงิน

โดยปกติแล้ว หากคนรับบริจาคเข้าใจปัญหาจริง ต้องสามารถบอกได้ว่าผู้เดือดร้อนต้องการสิ่งของจำเป็นอะไร ซึ่งหากเป็นสิ่งของที่ราคาไม่แพงมาก การให้ของอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีไม่ต่างจากการให้เงินสด อย่างน้อยก็เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความโลภเวลาที่เห็นเงินในบัญชีก้อนใหญ่ ๆ จนลังเลที่จะโอนเงินออกจากบัญชีไปให้ผู้เดือดร้อน ตัวอย่างเช่น หากเราพบว่ามีผู้ที่สนใจรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัดและต้องการเงินเพื่อไปซื้ออาหารสุนัข ก็อาจจะซื้ออาหารสุนัขไปบริจาคโดยตรง เพราะผู้รับบริจาคสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย ใช้เพื่อการกินส่วนตัวไม่ได้ ถ้าต้องการโกงก็ยากหน่อยเพราะต้องเอาไปขายก่อนได้รับเงิน

4. มองโลกในแง่ดีและชื่นชมยินดีกับการให้

อย่าลืม! Key Word สำหรับข้อนี้ เมื่อให้แล้วแนะนำว่าให้ทำหน้าตาปลื้มปริ่ม แล้วลืมไปเลยว่าเราเคยให้ ขอให้เราภาคภูมิใจและคิดไว้เลยครับว่าเราทำดีที่สุดแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อเราบริจาคให้กับองค์กรส่วนใหญ่ที่เขารับบริจาคเขามีระบบการตรวจสอบที่ดี และเราได้ตรวจสอบดีที่สุดแล้ว ขอให้เรามองโลกในแง่ดีและรับบุญกุศลให้เต็มที่ได้เลย

สำหรับ 4 ข้อ พิจารณาในการจ่ายเงินทำบุญง่าย ๆ ที่จะทำให้เราบริจาคเงินให้ผู้ใจบุญได้อย่างสบายใจ สิ่งที่เราทุกคนต้องเชื่อก็คือ ถ้าเราทำบุญอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าใครจะเอาเงินเราไปทำอะไรเราได้บุญแล้วอยู่แล้ว แต่การตรวจสอบเป็นเรื่องที่เราต้องกระทำกันเพื่อป้องกันไม่ให้เงินถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง

#จ้างบอดี้การ์ด #หาบอดี้การ์ด #หารปภ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here